หากพูดถึงที่พักยอดนิยมสำหรับนักเดินทางแบกเป้คงหนีไม่พ้นย่านสุดฮิตอย่างตรอกข้าวสารและถนนพระอาทิตย์ แม้ Thrive The Hostel ที่เรามาเยือนจะไม่ได้ตั้งอยู่ในทำเลดังกล่าว ทว่าจุดเด่นของโรงแรมเล็กๆแห่งนี้ก็ตั้งอยู่ในย่านกลางใจเมืองซึ่งเดินทางสะดวกสบาย จึงน่าจะโดนใจเหล่าแบ็กแพ็กเกอร์ไม่น้อยเลยทีเดียว
ตัวโรงแรมปรับปรุงจากตึกเก่าขนาด 3 ชั้น ริมถนนพระรามที่ 4 ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ภายใต้บรรยากาศแสนสบายและเป็นกันเอง เจ้าของต้องการให้ที่นี่เป็นพื้นที่แบ่งปันมิตรภาพและประสบการณ์ร่วมกัน รวมถึงเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของกลุ่มเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ แนวคิดเหล่านี้สะท้อนผ่านเส้นสายอันเรียบง่ายของงานออกแบบ รวมถึงวัสดุก่อสร้างที่เน้นสไตล์ดิบเท่สไตล์ลอฟต์ มีการโชว์ผิววัสดุ เช่น เหล็ก กระจก ปูนฉาบ และอิฐ ได้อารมณ์โกดังเก่า คุณบอส หนึ่งในหุ้นส่วนของโรงแรมเล่าถึงการออกแบบโรงแรมให้ฟังว่า“แต่ละห้องจะมีเลเอ๊าต์ไม่เท่ากัน เรานำเหลี่ยมมุมมาเล่นกับการออกแบบพื้นที่ เพราะไม่อยากได้ห้องแบบกล่องสี่เหลี่ยมทั่วไป โครงสร้างเป็นเหล็กและไม้ แบ่งกั้นพื้นที่ด้วยผนังเหล็กกัดสนิมบางส่วน และโครงวีว่าปิดด้วยผนังยิปซัม ฉาบทับและตกแต่งให้เหมือนแผ่นเหล็กขึ้นสนิม ซึ่งเป็นธีมที่เราชอบ ตามแบบจริงๆต้องใช้แผ่นเหล็กกัดสนิมทั้งหมด แต่ด้วยน้ำหนักที่ค่อนข้างมากและการติดตั้งก็วุ่นวาย จึงใช้วิธีพ่นสีและขัดเพื่อให้อารมณ์คล้ายกัน ส่วนพื้นเป็นปูนขัดมัน จัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่ส่วนใหญ่ออกแบบกันเอง เพื่อให้กลมกลืนกับส่วนอื่นๆ
“การตกแต่งส่วนใหญ่คลุมโทนสีดำ-น้ำตาล และแดง -น้ำเงินจากโลโก้ของโรงแรม เน้นให้มีอารมณ์ขรึมเท่แบบผู้ชาย อาจเพราะมีหุ้นส่วนเป็นผู้ชายถึง 9 คนและผู้หญิง 1 คน แต่ก็ยังดึงบรรยากาศที่อ่อนโยนเข้ามาลดทอนความแข็งกระด้างด้วยเช่นกัน อย่างการจัดแสงไฟ เสียงเพลง หรือมีกลิ่นอโรมาเข้ามาสร้างบรรยากาศ นอกจากห้องพักแล้ว เรายังต้องการใช้พื้นที่เพื่อทำกิจกรรมอีเว้นต์ด้วย อยากให้แขกได้มีกิจกรรมร่วมกัน ไม่ใช่แค่เข้ามาพักเท่านั้น”
ทางเข้าโรงแรมสามารถเข้าได้จากล็อบบี้ แต่จะเน้นทางเข้าจากบริเวณบาร์มากกว่า เพื่อให้ดูไม่เป็นทางการเกินไป อยากให้แขกรู้สึกสบายๆและสนุกสนาน พื้นที่ด้านล่างจึงมีบรรยากาศกึ่งผับ แขกสามารถมานั่งชิล เชียร์บอล หรือแชร์พื้นที่ร่วมกันได้ ถัดไปคือล็อบบี้ และพื้นที่ใกล้เคียงกันจัดเป็นห้องพักสำหรับผู้หญิง 6 ห้อง ซึ่งประตูเข้า-ออกมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี บริเวณชั้นสองเป็นห้องพักที่มีห้องน้ำในตัว 12 ห้อง แบ่งเป็น 3 ขนาด ตกแต่งคล้ายกัน มีระเบียงเปิดออกไปสูดอากาศภายนอกได้

ส่วนชั้นบนสุดเป็นห้องพักที่ใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน (แยกห้องน้ำหญิงและชาย) มีทั้งหมด 9 ห้องที่นี่ยังมีบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายในพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมบริการทัวร์และรถรับ-ส่ง ทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่างสยามพารากอน มาบุญครอง และเซ็นทรัลเวิลด์ รวมถึงรถไฟฟ้าที่จะเดินทางเชื่อมต่อสู่แลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯได้อย่างครอบคลุม
“แม้แขกส่วนมากจะเป็นชาวต่างชาติ แต่เรายินดีต้อนรับแขกคนไทย และจะดูแลเป็นพิเศษด้วยซ้ำ ขอเพียงแวะเข้ามาชมหรือดื่มน้ำเราก็ดีใจแล้ว ไม่พักก็ไม่ว่าอะไร”
ถ้อยคำพร้อมรอยยิ้มฉันมิตรจากเจ้าของทำให้คนฟังอดยิ้มไม่ได้ถึงน้ำใจของคนไทยด้วยกัน เช่นนี้อย่าลืมว่า Thrive The Hostel ยินดีต้อนรับทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติ คนในกรุงหรือนอกกรุงที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อน ที่นี่จะเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่สร้างความสุขสนุกสนานให้การเดินทางของคุณค่ะ
Thrive The Hostel
908 ถนนพระรามที่ 4 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ (ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินสามย่าน)
โทรศัพท์ 08-4463-8080
จากบ้านและสวน


